รายงานผลการวิเคราะห์วิดีโอ YOUTUBE

ลิงก์ YouTube ไม่ถูกต้อง
ไม่พบวิดีโอ
เคลียร์ชัดม้วนเดียวจบ! ตำรวจถูกสาป “ตกม้าตาย” คดีแตงโม พูดอะไรไป “ไม่มีใครเชื่อ” #ถกไม่เถียง
TERO DIGITAL
TERO DIGITAL 1.33ล้าน ผู้ติดตาม 6328 จำนวนรวมของวิดีโอ 304.82ล้าน ยอดวิวรวม 2022-05-12 เผยแพร่แล้วอัพเดทข้อมลเมื่อ 2022-05-17
ยอดวิว4.38แสน
อัตราการกดไลค์ 1.31%
จำนวนความคิดเห็น2243
อัตราการดู 33%
ประสิทธิภาพที่ดี
มูลค่าวิดีโอโดยประมาณ ฿ 4.46หมื่น - ฿ 1.11แสน
อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม 6.43%
แฮชแท็กวิดีโอ
ช่อง7 CH7 7HD CH7HD ข่าว ข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด ข่าวสด ข่าวไทย ข่าวออนไลน์ ข่าวด่วน ข่าวบันเทิง ข่าวเช้า ข่าว7 ข่าวช่อง7 ข่าว ช่อง7สี กด35 ข่าวช่อง7 รายการ ดูย้อนหลัง คลิปย้อนหลัง ข่าวโซเชียล ข่าวสังคม ข่าวอาชญากรรม ข่าวเด็ด ข่าวร้อน ข่าวใหม่ ถกไม่เถียง ทิน โชคกมลกิจ แตงโม แตงโมตกเรือ คดีแตงโม ข่าวแตงโมล่าสุด ตำรวจ GPS อัจฉริยะ คนไม่เชื่อตำรวจ แถลงข่าว ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ แถลงคดีแตงโม แตงโมล่าสุด แตงโมนิดา แตงโมต้องไม่ตายฟรี จีพีเอส จีพีเอสเรือ กิตติภัฎ ธนาสนธิราช
คำแนะนำ
จำเลยสังคม !? รวมคำถามคาใจ ปมคดีแตงโม GPS แก้ไขได้?-ไม่ตรวจสารเสพติด?-ใช้ใบพัดของจริงจำลองกับศพ? เชี่ยวชาญเรือ-ตำรวจ-นิติเวช ร่วมเคลียร์ทุกข้อสงสัย ที่นี่ที่เดียว

ช็อตเด็ด นาทีเดือด!

00:00 ตำรวจถูกสาป “ตกม้าตาย” คดีแตงโม พูดอะไรไป “ไม่มีใครเชื่อ”
12:21 ประชาชนตั้งคำถาม ใช่เงาแตงโมตกเรือ จริงหรือ!
20:56 ตร.แจง เหตุดำเนินคดีอัจฉริยะ
29:54 พี่อู๊ชี้! เด็กในอู่ทำใบพัดตกน้ำ เหตุไม่เชียวชาญ
32:03 ยัน ไม่มีทางแก้จีพีเอสแน่นอน หากใครแก้ พร้อมดำเนินคดี!
38:47 โฟนอิน ผบก.นต.รพ.ตร.
53:00 เปิดแชท ตร. กับ หมอ ตำรวจยอมรับผิด!
1:06:50 พี่อู๊ดลั่น เอาอะไรมาวัด ระยะทางบนบก - ในน้ำ ไม่เหมือนกัน!
1:14:33 เป็นปี่เป็นขลุ่ย! ตร.เห็นด้วยผชช.เรือ ใครแก้จีพีเอส ติดคุกแน่

วันที่ 12 พ.ค. 65 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาตอบคำถามที่สังคมคาใจในขอคดีของดาราสาว "แตงโม นิดา" ผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง 7 HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ

ในประเด็นแรก กรณีที่ผู้ต้องหาบนเรือปฏิเสธการตรวจสารเสพติด พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131/1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจผู้ต้องหาได้หากเป็นประโยชน์กับคดี แต่ผู้ต้องหาคนนั้นต้องให้ความยินยอม ดังนั้น ผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ปฏิเสธได้ แต่ต้องลงบันทึกไว้เป็นข้อสังเกต และเป็นหลักฐานในสำนวน แต่ก็จะไม่เป็นคุณกับตัวผู้ต้องหาเอง กรณีที่มีพยานแวดล้อมหรือหลักฐานอื่น ๆ บ่งชี้ว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องขึ้นมา โดยในเหตุการณ์นี้ ผู้ต้องหายินยอมให้ตรวจสารเสพติด 4 คน จากทั้งหมด 5 คน และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงไม่ให้ตรวจ และตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์จะไปบังคับได้

ในส่วนของการตรวจพบสารอัลปราโซแลมที่ ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นออกมาพูดเอง ทางตำรวจทราบอยู่แล้ว และมีอยู่ในสำนวนคดีแล้ว แต่ที่ไม่ได้ออกมาพูดทั้งหมดเพราะสำนวนมีความยาวกว่า 2,499 หน้า และเรื่องพวกนี้เอาไว้พูดกันในกระบวนการอัยการหรือในศาล ไม่ได้เอามาแฉกันในสังคมกันในสังคม

ประเด็นต่อมา คือ เพียงเห็นแค่เงา ตำรวจก็ทราบเลยใช่หรือไม่ว่าเป็นแตงโม หรือมีหลักฐานเพิ่มเติม พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า ถ้าดูเพียงเงาก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้อาศัยพยานแวดล้อมอื่น ๆ มาประกอบด้วย ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล พยานทางเทคโนโลยี ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ ตลอดจนการชันสูตร แล้วพนักงานสอบสวนกับฝ่ายสืบสวน ก็จะมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่าใครอยู่ตรงไหน หรือเกิดอะไรขึ้น จากนั้น อัยการก็จะมาตรวจสอบอีกครั้งว่าที่วิเคราะห์มา อะไรที่เป็นไปได้ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ อะไรควรเติมเต็มเพื่อยืนยันความเป็นไปได้

ซึ่งก็จะสืบเนื่องมาที่ประเด็น การที่อัยการสั่งสอบเพิ่มกว่า 20 ประเด็น แสดงว่าตำรวจยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องปกติของการทำงาน เพราะอัยการเป็นเหมือนคนที่มาเติมเต็ม มาอุดช่องว่าง ให้สำนวนคดีสิ้นข้อสงสัย เหมือนเป็นครูที่ตรวจการบ้านนักเรียน และตนได้ทราบมาว่ามีอัยการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดนนทบุรีลงมาดูแลด้วยตัวเองด้วย ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เหมือนกับมีครูใหญ่มาดูเอง ซึ่งก็เป็นไปเพื่อให้สำนวนรัดกุมขึ้น

และสำหรับประเด็น อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พล.ต.ต.ยิ่งยศ มีความเห็นว่าก็เป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดี และทุกคนก็มีสิทธิ์ในการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถ้าเอาข้อมูลที่บิดเบือน หรือทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย ก็ต้องตั้งคำถามว่าเราจะปล่อยไปได้หรือ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมก็ไม่ได้จบที่ตำรวจ แต่ยังมีอัยการ มีศาล มีการซักค้าน มีระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังเสริมอีกว่า ทางตำรวจมีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับอัจฉริยะ เพราะอันที่จริง คลิปที่ทางตำรวจมี บางส่วนก็มาจากพลเมืองดีที่ส่งเข้ามาให้ด้วย ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่ตอนนี้จบขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนแล้ว ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว

ด้าน กิตติภัฎ ธนาสนธิราช ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือ ที่มีคนตั้งคำถามถึงความสามารถ ได้ออกมายืนยันว่า ตนมีบริษัท GARMIN แต่งตั้ง ซึ่งตำรวจขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือ มีใบเซอร์ และเป็นวิทยากรของ GARMIN และเครื่องยนต์ Mercury ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวก็อยู่ในเรือ Cobalt ด้วย และยังมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรือ Cobalt เพราะอยู่ในวงการเรือมานาน ทำให้รู้รายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับเรือ จากภาพเรือที่คุณอัจฉริยะอ้างว่าติดต่อขอคลิปที่ใช้ในการแถลงมาจากผู้เชี่ยวชาญเรือในเมืองนอก ตนอยากทราบว่าผู้เชี่ยวชาญคนดังกล่าวคือใคร ตามมารยาทแล้วจะต้องส่งข้อมูลผ่านดิลเลอร์ในเมืองไทย จะไม่ขายข้อมูลเองโดยตรง ตนทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 รู้จักผู้ที่อยู่ในวงการเรือหลายคน ก็ไม่มีใครบอกว่ามีการขอคลิปนั้นมาจากต่างประเทศเลยแม้แต่คนเดียว

ประเด็นต่อมาที่มีผู้ตั้งคำถามว่า ตนเป็นผู้ทำใบพัดเรือตกลงไปในแม่น้ำจริงหรือไม่นั้น ได้ชี้แจงว่า เด็กที่ NBC ช่วยกันทำ จึงตกลงไปในแม่น้ำ ส่วนตนเป็นผู้ขับเรือเท่านั้น แต่ช่วยนำมาต่อกลับให้ใหม่ เพราะเป็นผู้ที่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับใบพัดว่ามีชิ้นส่วนอะไรบ้าง

ส่วนเรื่องที่ อัจฉริยะ ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลใน GPS ซึ่งพล็อตสัญญาณได้หายไปพันกว่าตำแหน่งนั้น กิตติภัฎ ตอบว่า หากเรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางหรือความเร็ว เป็นการเคลื่อนไหวแบบซ้ำ ๆ ระบบจะไม่บันทึกข้อมูล ดังนั้นการแก้ไข GPS ตนตอบเลยว่าแก้ไม่ได้ ตนเป็นเพียงคนกลางผู้ทำหลักฐานมาส่งให้ ไม่ได้แก้ไขแน่นอน และบนเรือจะมีกล่องเมมโมรีของ GPS อยู่ ขอท้าให้ไปเปิดเทียบกันที่เรือต่อหน้าสื่อได้ หากอัยการหรือผู้พิพากษาอนุญาต ดั้งนั้น ขอยืนยันว่าในกระดาษนั้นตนไม่ได้แก้ และหากตำรวจได้ดำเนินการแก้ ตนก็จะฟ้องตำรวจ และหาก อัจฉริยะ เป็นคนแก้ ตนก็จะฟ้องอัจฉริยะเช่นกัน

อ่านต่อ : https://teroasia.com/news/231917

#เรื่องนี้ต้องดู #แตงโมนิดา #คดีแตงโม #TERODigital
เปิด